ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ชี้เทรนด์ AI ปี 2569 “Vibe Coding” เปลี่ยนบทบาทนักพัฒนาสู่ผู้กำกับ AI
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) จากการเขียน Code ด้วยภาษาของโปรแกรมเมอร์ ปัจจุบันพัฒนาการของ AI ก้าวไปสู่การสร้างระบบ และ พัฒนาแอปพลิเคชัน ด้วยการให้ภาษาพูดของมนุษย์ในการสั่งงานให้ AI ที่เรียกว่า Vibe Coding ออกแบบระบบและพัฒนาแอปพลิเคชัน โดย ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และผู้จัดการออนไลน์ ถึงแนวโน้มเทคโนโลยี AI ที่น่าจับตามองในปี 2569 อย่าง “Vibe Coding” ซึ่งเป็นแนวคิดการสร้างซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันผ่านการสื่อสารกับ AI ด้วยภาษาธรรมชาติ แทนการเขียนโค้ดในรูปแบบดั้งเดิม ว่า
“พัฒนาการของ AI ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค Generative AI ไปสู่ Agentic AI ทำให้ผู้ใช้งานสามารถอธิบายความต้องการหรือปัญหาที่ต้องการแก้ไขผ่านภาษาธรรมชาติ และให้ AI ช่วยสร้าง Code ออกแบบระบบ ตลอดจนพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันตามความต้องการ เป็นการให้ AI เป็นผู้สร้างระบบแทนมนุษย์ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมกระบวนการเขียน Code แบบดั้งเดิม ออกไปอย่างสิ้นเชิง”

คำถามที่ตามมาคือ แล้วต่อไป โปรแกรมเมอร์ ยังมีความสำคัญหรือไม่?
ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ อธิบายว่า โปรแกรมเมอร์ยังมีความสำคัญ แต่บทบาทการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไป จากการเป็น “ผู้เขียน Code” ไปสู่การเป็น “สถาปนิก” ในการออกแบบกระบวนการทำงานทั้งหมด โดยมี AI เป็นทีมงานในการสร้างงานให้
“มนุษย์ ยังมีความสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะบทบาทในการออกแบบกระบวนการทำงาน กำหนดโครงสร้างระบบ ตรวจสอบคุณภาพ และ กำกับดูแลการทำงานของ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ทำไม่ได้”
แม้ Vibe Coding จะช่วยให้การสร้างต้นแบบและการพัฒนาระบบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แต่การนำไปใช้ในระดับองค์กรยังต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพของระบบ ประสิทธิภาพในการรองรับการใช้งานจริง และการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างเหมาะสม เพราะฉะนั้น มนุษย์ ยังคงเป็นหัวใจในการทำงานทั้งกำกับดูแล และบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ เชื่อว่า ในยุคของ Vibe Coding องค์กรที่ได้เปรียบจะไม่ใช่เพียงองค์กรที่มีทีมพัฒนาขนาดใหญ่ แต่คือองค์กรที่สามารถเปลี่ยนวิสัยทัศน์และความต้องการทางธุรกิจให้กลายเป็นระบบและนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
“Vibe Coding ไม่ได้เข้ามาเพื่อ ‘แทนที่’ นักพัฒนา หากแต่เป็นการยกระดับศักยภาพของพวกเขา และ เป็น ขุมพลังที่สำคัญ ให้มนุษย์ ก้าวขึ้นไปสู่บทบาทของผู้ออกแบบระบบและ ‘ผู้กำกับ AI’ ในระดับมหภาค”
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ :
https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000053930