Skip links

ลาก่อน….Facebook ปิดระบบจดจำใบหน้า

Facebook ประกาศปิดเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ภายในไม่กี่สัปดาห์นี้ โดยจะไม่มีการระบุตัวตนแบบอัตโนมัติของบัญชีผู้ใช้ในรูปภาพที่อัปโหลดลงในแอปพลิเคชัน Facebook อีกต่อไป รวมถึงจะทำการลบ Facial recognition templates ของผู้ใช้งานกว่าพันล้านรายด้วยเช่นกัน

ซึ่งการปิดระบบ Facial Recognition จะส่งผลดังต่อไปนี้

  • จะไม่มีการ auto tag หรือ suggested friends to tag จาก Facebook ใน รูป, วิดีโอ หรือ Memories แต่ผู้ใช้ยังสามารถแท็กเพื่อนหรือคนรู้จักด้วยตัวเองได้อยู่เหมือนเดิม
  • ระบบ Automatic Alt Text (AAT), เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างคำบรรยายภาพโดยอัตโนมัติสำหรับผู้พิการทางสายตา หรือผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา ระบบจะยังทำงานตามปกติ โดยระบบจะยังสามารถวิเคราะห์จำนวนคนในภาพได้ แต่จะไม่สามารถระบุได้ว่าตัวตนของแต่ละคนได้อีกต่อไป

โดยสาเหตุที่ Facebook ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ คาดว่าเป็นเพราะมีหลายฝ่ายมองว่า Facial Recognition ของ Facebook เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ อีกทั้งยังมีความท้าทายในเรื่องของกฎหมายและข้อบังคับที่ยังไม่มีความแน่นอนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ Facebook สูญเสียทั้งชื่อเสียงและค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก

.

ตัวอย่างเช่น เดือนกุมภาพันธ์ 2021 ที่ผ่านมา Facebook ได้จ่ายเงินสูงถึง 650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในคดีฟ้องร้องที่รัฐอิลลินอยส์ ประเด็นเรื่องเทคโนโลยีระบบจดจำใบหน้าของบริษัทนั้นละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 

.

อย่างไรก็ตาม Facebook ยังคงยืนยันว่าระบบนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา อีกทั้งยังช่วยในด้านรักษาความปลอดภัย เพราะสามารถช่วยแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบเวลาที่มีการโพสต์ภาพของพวกเขาในออนไลน์ โดยมีผู้ใช้งาน จำนวน 1 ใน 3 เลือกที่จะใช้ระบบจดจำใบหน้านี้

.

และแม้ว่า Facebook จะยังไม่มีการกำหนดแผนที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี Face Recognition กลับมาใช้ในอนาคต แต่ยังคงเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์และจะสามารถนำกลับมาใช้งานได้ โดยที่ไม่ละเมิดความเป็นส่วนบุคคล มีความโปร่งใสและควบคุมได้เพื่อตอบความต้องการของผู้บริโภค The New York Times รายงานว่า ทาง Meta บริษัทแม่ของ Facebook ได้มีการพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสีย ความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่จะนำระบบจดจำใบหน้าไปใส่ใน AR glasses Project ภายใต้ขอบเขตนโยบายส่วนบุคคล แสดงให้เห็นว่า Facebook ยังคงให้ความสำคัญในเรื่อง Face ID อยู่ และดูว่าจะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อโปรเจกต์ต่าง ๆ ในอนาคตได้อย่างไร แม้ว่าตอนนี้จะตัดสินใจยกเลิกการใช้ระบบจดจำใบหน้าแบบเดิม(Original recognition) ไปแล้วก็ตาม

.

ซึ่งเราก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าในอนาคต Meta หรือ Facebook จะมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวกลับมาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของตัวเองอีกหรือไม่อย่างไร  เพราะในขณะที่โลกออนไลน์กำลังก้าวเข้าสู่โลก Metaverse ที่ทุกคนสามารถสร้าง Avatar ตามที่ตัวเองต้องการได้แล้ว การระบุตัวตนจากใบหน้าที่แท้จริงบนโลกออนไลน์อาจจะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป 

.

แหล่งข้อมูล : 

https://www.socialmediatoday.com/news/facebook-abandons-facial-recognition-will-no-longer-identify-users-to-tag/609343/

https://about.fb.com/news/2021/11/update-on-use-of-face-recognition/ https://www.nytimes.com/2021/11/02/technology/facebook-facial-recognition.html

We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website You can study the details at Privacy Policy However, you may visit Cookie Settings to provide a controlled consent.

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    Necessary cookies are absolutely essential for the website to function properly. These cookies ensure basic functionalities and security features of the website, anonymously.

  • Others

    We collect user usage data through the Google Analytics system and Facebook pixel to collect information about the use of the website.

Save